จะรู้ได้อย่างไรว่าเบาหวานขึ้นตา

 จะรู้ได้อย่างไรว่าเบาหวานขึ้นตา

ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีโอกาสสูญเสียการมองเห็นจาก “เบาหวานขึ้นตา” เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงจนทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงดวงตาอุดตัน มีวิธีสังเกตอาการได้ด้วยตัวเอง

​โรคเบาหวานนั้นเป็นโรคที่คนไทยป่วยมากเป็นอันดับต้น ๆ โดยผู้ที่ป่วยเป็นเบาหวานนั้นมีความเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับเส้นเลือดได้ง่ายกว่าคนปกติโดยทั่วไป โดยนอกจากจะส่งผลต่อสมองหรือหัวใจแล้ว เบาหวานยังส่งผลต่อดวงตาอีกด้วย หรือที่เรียกกันว่าเบาหวานขึ้นตา ซึ่งหากปล่อยให้มีอาการเบาหวานขึ้นตาอย่างรุนแรง อาจส่งผลทำให้ตาบอดได้

เบาหวานขึ้นตาคืออะไร​

​เรามารู้จักโรคเบาหวานเบื้องตันกันก่อน โดยโรคเบาหวานนั้นแบ่งย่อยออกได้ ดังนี้

​- เบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนอินซูลินในตับอ่อนทำให้สร้างฮอร์โมนอินซูลินได้น้อยกว่าปกติ จึงต้องรักษาด้วยการให้อินซูลินทุกวัน โดยอาการแสดงเริ่มได้ตั้งแต่วัยเด็ก โรคเบาหวานชนิดที่ 1 นั้น เป็นโรคที่ไม่สามารถป้องกันได้ และพบได้ไม่บ่อยนัก

​- เบาหวานชนิดที่ 2 เป็นโรคเบาหวานที่พบได้มากต่อจำนวนประชากร เกิดจากภาวะดื้ออินซูลิน โดยอินซูลินนั้นทำหน้าที่ควบคุมลดระดับน้ำตาลในเลือด เมื่อมีอาการดื้ออินซูลินจะส่งผลให้ผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ อาการเบาหวานชนิดที่ 2 นี้มักพบในประชากรวัยผู้ใหญ่มากกว่า แต่ด้วยพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้ปัจจุบันตรวจพบอาการเบาหวานชนิดที่ 2 ในประชากรที่มีอายุน้อยมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อระดับน้ำตาลสูงเป็นระยะเวลานึงก็จะส่งผลต่อดวงตาและเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงตาได้ ซึ่งหากคิดว่าตนเองมีอาการตาพร่ามัว มองไม่ชัด มองเห็นภาพซ้อน ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยเพราะอาจมีสาเหตุมาจากโรคเบาหวานแบบไม่รู้ตัว

​- เบาหวานขณะตั้งครรภ์ เป็นอาการที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในขณะที่ตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ที่อาจเกิดมาผิดปกติหรือไม่แข็งแรง และแม้ว่าอาการเบาหวานขณะตั้งครรภ์นี้สามารถหายได้หลังคลอด แต่ก็มีภาวะเสี่ยงที่จะเกิดเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ในอนาคต

​โดยอาการเบาหวานขึ้นตานั้นเป็นภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานที่เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงจนส่งผลทำให้ร่างกายไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ ทำให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงจอประสาทตาเกิดการอุดตัน ช่วงแรกอาจไม่พบความผิดปกติมากนัก แต่ถ้าปล่อยให้อาการหนักอาจส่งผลต่อการมองเห็น ร้ายแรงถึงขั้นทำให้ผู้ป่วยเบาหวานขึ้นตาเกิดตาบอดถาวรได้

สาเหตุของเบาหวานขึ้นตา​

​จอประสาทตาเสื่อมอันเนื่องมาจากอาการเบาหวานขึ้นตา โดยมีสาเหตุมาจากการอุดตันของเส้นเลือดไปไปหล่อเลี้ยงดวงตา ในบางกรณีเส้นเลือดจะมีขนาดที่ไม่สม่ำเสมอ เล็กบ้างใหญ่บ้างสลับกันไป หลอดเลือดที่จอประสาทตาเสียหายอุดตัน ร่างกายจะพยายามสร้างเส้นเลือดใหม่เพื่อส่งเลือดไปเลี้ยงดวงตา แต่เส้นเลือดที่เกิดใหม่เหล่านั้นไม่แข็งแรง เปราะง่าย ทำให้เส้นเลือดแตกง่ายจนเลือดไหลเข้าไปในส่วนที่เรียกว่าวุ้นตา ส่งผลให้เกิดอาการตาพร่ามัวแบบเฉียบพลัน และหากเส้นเลือดที่เกิดใหม่นั้นไปขัดขวางการระบายน้ำในดวงตา จะทำให้เกิดความดันที่ดวงตาสูง เส้นประสาทตาจะเสียหายและอาจเกิดโรคต้อหินได้ โดยผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานมานาน หรือไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ จะมีโอกาสที่จอประสาทตาจะเสื่อมและเสี่ยงตาบอดมากขึ้น

อาการของเบาหวานขึ้นตา

​อาการของเบาหวานขึ้นตานั้นสามารถแบ่งออกได้ 2 ระยะ ดังนี้

​- อาการเบาหวานขึ้นตาระยะแรก ซึ่งระยะนี้จะยังไม่พบเส้นเลือดที่เกิดใหม่ แต่จะมีอาการเส้นเลือดดำในตาขยายใหญ่โป่งพอง แรก ๆ อาจจะยังไม่พบความผิดปกติ แต่เมื่ออาการมากขึ้นอาจมีเลือดรั่วไหลออกมาจนจอประสาทตาบวม ตาเริ่มมัวมองไม่ชัด หากการบวมของจอประสาทตานี้เกิดขึ้นในส่วนที่สำคัญเป็นพิเศษ เช่น จุดรับภาพชัด (macula) จะต้องรับการรักษาเพื่อป้องกันการสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร

​- อาการเบาหวานขึ้นตาระยะที่สอง ระยะนี้จะเกิดการอุดตันของเส้นเลือดหลายแห่ง และเมื่อเกิดการอุดตันจนเลือดไม่สามารถไหลเวียนได้ ร่างกายจะสร้างหลอดเลือดขึ้นมาทดแทน แต่หลอดเลือดที่เกิดใหม่เหล่านี้ไม่มีความแข็งแรง เปราะแตกได้ง่าย เมื่อเส้นเลือดแตกจะทำให้เลือดไหลเข้าวุ้นตา ทำให้มีอาการตามัว มองไม่ชัด รวมทั้งพังผืดที่เกิดขึ้นอาจดึงรังจอประสาทตาจนเกิดจอประสาทตาลอกหลุดหรือฉีกขาดได้ หากเส้นเลือดนั้นเข้าไปรบกวนการระบายน้ำในลูกตาจนความดันในตาสูงขึ้น อาจส่งผลให้มีอาการต้อหินได้ในอนาคต

​แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่ามีอาการเบาหวานขึ้นตา โดยอาการโดยทั่วไปของเบาหวานขึ้นตานั้น แรก ๆ อาจยังสังเกตได้ยาก ทำให้มองข้ามการเข้ารับการตรวจรักษาจากแพทย์ ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานจึงควรหมั่นเข้ารับการตรวจตาจากจักษุแพทย์เป็นประจำ และควรสังเกตอาการคร่าว ๆ เช่น ตามัว มองเห็นภาพซ้อน ภาพบิดเบี้ยว มองเห็นจุดดำลอยอยู่ รวมไปถึงสูญเสียการมองเห็น

​ผู้ป่วยเบาหวานทุกคนมีโอกาสเกิดเบาหวานขึ้นตาได้ แต่คนที่มีลักษณะดังต่อไปนี้จะมีความเสี่ยงเบาหวานขึ้นตาสูงขึ้น

-เป็นเบาหวานมาเป็นระยะเวลานาน-ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี-มีความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูงร่วมด้วย-ตั้งครรภ์-สูบบุหรี่

วิธีการรักษาอาการเบาหวานขึ้นตา

​การรักษาเบาหวานขึ้นตานั้นขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ แม้ว่าจะไม่มีอาการผิดปกติในการมองเห็นก็ควรเข้ารับการตรวจอย่างสม่ำเสมอด้วยการตรวจขยายม่านตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการที่ปรากฏ ดังนี้

​1. การควบคุมระดับน้ำตาล หากมีอาการเบาหวานขึ้นตาระยะแรก การรักษาจะเน้นเพื่อป้องกันไม่ให้โรคลุกลาม ด้วยการควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม และดูแลโรคประจำตัวอื่น ๆ ด้วย เช่น ความดันโลหิต เป็นต้น 

​2. การรักษาด้วยวิธีเลเซอร์ เป็นวิธีที่ใช้แสงเลเซอร์ในการควบคุมการรั่วซึมของหลอดเลือด ช่วยทำให้เส้นเลือดที่ผิดปกติฝ่อลง เพื่อเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการเลือดออกและลดการบวมของจอประสาทตาเพื่อป้องกันไม่ให้การมองเห็นแย่ลง แม้จะไม่ใช่วิธีการรักษาให้หายขาด แต่เป็นการช่วยควบคุมการลุกลามของอาการเลือดออกในตา

​3. การรักษาด้วยการฉีดยา เป็นวิธีที่ให้ผลการรักษาที่ดี โดยจะฉีดยาเข้าที่วุ้นตาเพื่อยับยั้งการงอกของเส้นเลือดใหม่ที่ผิดปกติ และช่วยลดอาการบวมของจอประสาทตา การฉีดยานี้มักทำภายใต้การหยอดยาชา ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาสามารถกลับบ้านได้โดยไม่ต้องนอนค้างที่โรงพยาบาล 

​4. การรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด โดยการผ่าตัดนั้นมักจะเป็นตัวเลือกสุดท้าย หากมีอาการเบาหวานขึ้นตาที่รุนแรง เช่น มีเลือดออกในตาจำนวนมากหรือเลือดนั้นไม่ถูกดูดซึมกลับเข้าร่างกาย มีอาการจอประสาทตาลอกหรือฉีกขาด 

อาการแทรกซ้อนของเบาหวานขึ้นตา

โดยอาการแทรกซ้อนของอาการเบาหวานขึ้นตาที่สามารถพบได้ มีดังนี้

1. มีเลือดออกในวุ้นตา จากเส้นเลือดที่งอกใหม่ หากปริมาณของเลือดที่ออกไม่มากนักผู้ป่วยจะมีอาการมองเห็นจุดสีดำลอยไปมา หากเลือดออกมากจะมีอาการมองไม่เห็นจากเลือดที่มาบดบัง โดยมักไม่ได้เป็นการสูญเสียการมองเห็นแบบถาวร หากสามารถนำเลือดออกจากวุ้นตาได้แล้ว จะสามารถกลับมามองเห็นได้

2. จอประสาทตาลอก จากเส้นเลือดที่งอกใหม่นี้กระตุ้นให้เกิดพังผืดดึงรังจอประสาทตา อาการคือมองเห็นจุดสีดำ รู้สึกมองเห็นแสงวาบแสงแฟลชในตา หากไม่รักษาสามารถทำให้สูญเสียการมองเห็นถาวรได้

3. ต้อหิน ซึ่งมีสาเหตุมาจากเส้นเลือดที่งอกใหม่แทรกเข้าไปรบกวนการระบายน้ำในตา ทำให้ความดันในตาสูงจนเกิดเป็นต้อหินได้

4. ตาบอดถาวร หากอาการเบาหวานขึ้นตาอย่างรุนแรง ไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดการสูญเสียการมองเห็นแบบถาวรได้

การดูแลตัวเองเพื่อป้องกันเบาหวานขึ้นตา

​1. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เหมาะสม ทั้งการทานอาหารที่เหมาะสมสอดคล้องกับร่างกายและเบาหวานที่เป็น การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที การทานยาหรือฉีดยาเบาหวานตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

​2. หมั่นตรวจระดับน้ำตาลในเลือด โดยเฉพาะเมื่อเจ็บป่วยหรือเครียด ซึ่งส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดเปลี่ยนแปลงได้ ​

3. ควบคุมความดันโลหิต ระดับไขมันในเลือด ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

​4. เข้ารับการตรวจตาอย่างสม่ำเสมอแม้จะไม่มีอาการก็ตาม

​5. หมั่นสังเกตอาการ เช่น สายตาพร่ามัว ปวดตา มองไม่ชัด หากมีอาการดังกล่าวให้รีบไปพบแพทย์

เบาหวานขึ้นตาเป็นโรคที่ไม่มีทางป้องกันได้ 100% ดังนั้นการดูแลสุขภาพ ควบคุมระดับน้ำตาล ระดับไขมัน ระดับความดันโลหิตอย่างเหมาะสม รวมไปถึงการไปพบแพทย์เพื่อตรวจตาอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละ 1 ครั้งหรือตามแพทย์นัดจึงมีความสำคัญอย่างมาก  หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและรวดเร็วทันการณ์ จะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนของเบาหวานขึ้นตาได้มาก อย่ารอให้สายเกินไป

 ผ่าตัดใส่เลนส์เสริม ICL เจ็บไหม? อยู่ได้กี่ปี
 ต้อหินเฉียบพลันและต้อหินเรื้อรังต่างกันอย่างไร
 เช็กให้ชัวร์อาการแบบนี้เป็นสัญญาณ “ต้อกระจก” หรือไม่
 การใส่แว่นไม่ต่อเนื่อง ทำให้สายตาแย่ลงจริงไหม
 เลนส์แว่นตามีกี่แบบ เลนส์ยี่ห้อไหนดีที่สุด
 ใครเสี่ยงเป็นวุ้นในตาเสื่อมบ้าง พร้อมแนะนำแนวทางการป้องกันและรักษาให้ถูกวิธี
 สาเหตุที่ทำตาสองชั้นแล้วชั้นตาก็ยังไม่เท่ากัน เกิดจากอะไร ?
 อาการแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดต้อกระจก
 สายตาสั้นแต่อยากทำ LASIK ใบมีด อันตรายไหม?
 หลังผ่าตัดต้อเนื้อจะเจ็บมากมั้ย พักฟื้นกี่วัน