กินหวานบ่อยๆ เสี่ยงเป็นภาวะเบาหวานขึ้นตาไหม

 กินหวานบ่อยๆ เสี่ยงเป็นภาวะเบาหวานขึ้นตาไหม

เบาหวานขึ้นตาเป็นภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน ซึ่งการรับประทานอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูงยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเป็นภาวะเบาหวานขึ้นตามากขึ้น

​หากพูดถึงโรคประจำตัวเรื้อรังที่คนไม่อยากเป็นมากที่สุด มั่นใจว่าส่วนใหญ่ต้องนึกถึงโรคเบาหวาน เพราะนอกจากจะนำไปสู่การเป็นโรคเรื้อรังอื่น ๆ แล้ว ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน อย่างเบาหวานขึ้นตาเองก็น่ากลัวไม่แพ้กันด้วยสามารถทำให้สูญเสียการมองเห็นหากไม่รีบทำการรักษา ด้วยเหตุนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายคนจะระมัดระวังเรื่องอาหารการกิน โดยเฉพาะการรับประทานอาหารที่มีรสหวาน รวมถึงพยายามหา อาหารเสริมบำรุงสายตา และ วิตามินบำรุงสายตา เพื่อลดความเสี่ยง แต่ความจริงแล้วอาหารหวานหรือขนมหวานเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะเบาหวานขึ้นตาจริงหรือไม่ เรามีคำตอบมาฝาก 

ภาวะเบาหวานขึ้นตาคืออะไร

    ​ก่อนไปดูสาเหตุที่ทำให้มีภาวะเบาหวานขึ้นตาต้องทำความเข้าใจว่าเบาหวานขึ้นตา หรือ Diabetic Retinopathy ไม่ใช่โรค แต่เป็นภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานที่เกิดขึ้นจากการที่คนเป็นโรคเบาหวานมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน จนทำให้เส้นเลือดบริเวณดวงตาอักเสบและอุดตันตามมา ทำให้เลือดไม่สามารถไหลเวียนได้ตามปกติ สร้างความเสียหายให้กับจอประสาทตา ส่งผลต่อคุณภาพการมองเห็นและอาจถึงขั้นกลายเป็น คนตาบอดถาวร หากไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในร่างกายได้

สาเหตุเบาหวานขึ้นตามาจากของหวานจริงหรือ ​

    ​หากถามว่าเบาหวานขึ้นตาเกิดจากการรับประทานของหวานหรือไม่ คำตอบคือการรับประทานอาหารที่มีรสชาติหวานหรือมีน้ำตาลสูงเป็นสาเหตุที่คนเป็นเบาหวานเกิดภาวะเบาหวานขึ้นตา เนื่องจากเหตุผลที่เป็นเบาหวานเกิดจากตับอ่อนไม่สามารถผลิตอินซูลินให้เพียงพอหรือเซลล์ร่างกายไม่ตอบสนองอินซูลินทำให้ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลในกระแสเลือดไปใช้ได้ ร่างกายจึงมีระดับน้ำตาลเลือดสูง ส่งผลเสียต่อระบบไหลเวียนโลหิตและความเสียหายต่อหลอดเลือด ด้วยเหตุนี้การรับประทานอาหารมีปริมาณน้ำตาลสูงจึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างเบาหวานขึ้นตา

ระยะความรุนแรงของภาวะเบาหวานขึ้นตา 

ภาวะเบาหวานขึ้นตาตามความรุนแรงของอาการสามารถแบ่งได้เป็น 2 ระยะ คือระยะแรกและระยะก้าวหน้า ซึ่งในแต่ละระยะมีลักษณะอาการและความรุนแรงดังนี้

● ​ภาวะเบาหวานขึ้นตาระยะเริ่มแรก

สำหรับภาวะเบาหวานขึ้นตาระยะแรก เรียกว่าระยะ Nonproliferative Diabetic Retinopathy หรือ NPDR เป็นระยะที่ยังไม่มีการสร้างหลอดเลือดใหม่ แต่ผนังหลอดเลือดเดิมที่จอประสาทตามีการโป่งพอง ไม่แข็งแรง และของเหลวไหลออกมาในจอตาทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการตาบวม ซึ่งหากมีการรั่วซึมของหลอดเลือดบริเวณจุดรับภาพชัดจะทำให้มีภาวะจุดรับภาพชัดบวมส่งผลต่อการมองเห็น และก่อให้เกิดภาวะจอตาหรือจุดภาพชัดขาดเลือดจากปัญหาหลอดเลือดอุดตัน ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นกลายเป็น คนตาบอด ได้เช่นกัน

● ​ภาวะเบาหวานขึ้นตาระยะก้าวหน้า

สำหรับภาวะเบาหวานขึ้นตาระยะก้าวหน้า เรียกว่า Proliferative Diabetic Retinopathy หรือ PDR เป็นระยะที่ร่างกายสร้างหลอดเลือดใหม่ขึ้นมาทดแทนหลอดเลือดเก่าที่มีปัญหาอุดตันจนทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตผิดปกติ แต่หลอดเลือดใหม่ที่สร้างไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ ส่งผลให้หลอดเลือดใหม่ไม่แข็งแรง ผนังหลอดเลือดเปราะบาง ซึ่งหากมีการฉีกขาดทำให้เลือดออกในวุ้นตา ภาวะพังผืดรั้งจอตา และปัญหาจอตาลอก นอกจากนั้นหากหลอดเลือดที่สร้างใหม่ไปกระทบกับระบบระบายน้ำออกจากลูกตาจะทำให้ความดันลูกตาสูง ส่งผลทำให้ระบบประสาทตาเกิดความเสียหายและยังก่อให้เกิดโรคต้อหินในอนาคตได้

อาการภาวะเบาหวานขึ้นตา

 การตรวจสอบระยะของภาวะเบาหวานขึ้นตาต้องดำเนินการโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ซึ่งปกติแล้วผู้ป่วยเบาหวานจะได้รับการตรวจเบาหวานขึ้นตาเป็นประจำปีละ 1 ครั้ง เพื่อหาความผิดปกติและประเมินความเสี่ยง แต่สำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่กำลังตั้งครรภ์จะต้องรับการตรวจตั้งแต่ในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ เพราะมีความเสี่ยงเป็นเบาหวานขึ้นตาระดับรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์ ส่วนใครที่ยังไม่เคยตรวจและเป็นกังวลเรื่องเบาหวานขึ้นตาสามารถสังเกตอาการของตัวเองได้ดังนี้

● ​คุณภาพการมองเห็นลดลงอย่างเห็นได้ชัด การมองเห็นไม่คงที่ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน

● ​มองภาพเป็นจุดหรือมีใยดำ ๆ ลอยอยู่ในระยะมองเห็น

● ​ภาพที่เห็นมีความผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นภาพเบี้ยว สีเพี้ยน สีภาพจางลง แยกแยะสีไม่ได้ หรือเห็นแถบสีดำอยู่ในระยะมองเห็น

การรักษาภาวะเบาหวานขึ้นตา   ​

เนื่องจากโรคเบาหวานเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ดังนั้นการรักษาภาวะเบาหวานขึ้นตาจึงเป็นการพยายามควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและระดับน้ำตาลสะสมให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เพื่อลดความรุนแรงของอาการและการสูญเสียการมองเห็น ซึ่งกรณีที่ภาวะเบาหวานขึ้นตายังอยู่ในระยะแรกหรือระยะที่ยังไม่มีการสร้างหลอดเลือดใหม่ แพทย์จะให้ผู้ป่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และสังเกตอาการผิดปกติของดวงตา แต่ในกรณีที่เป็นภาวะเบาหวานขึ้นตาระยะก้าวหน้าหรือมีการสร้างเส้นเลือดใหม่แล้วมีวิธีการรักษา 3 วิธี ได้แก่

● ​การรักษาด้วยการทำเลเซอร์

เป็นวิธีการรักษาเบาหวานขึ้นตาที่ใช้กับผู้ป่วยที่อยู่ในระยะสร้างหลอดเลือดใหม่ร่วมกับภาวะจุดภาพชัดบวม เนื่องจากการทำเลเซอร์จะทำให้หลอดเลือดใหม่ที่ผิดปกติฝ่อ ลดอาการจอตาบวมแดงและภาวะเลือดออกในดวงตา ซึ่งข้อดีของการทำเลเซอร์คือเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อย แต่จะต้องทำเลเซอร์หลายครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้สายตาแย่ลงและต้องดำเนินการโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

● ​การรักษาด้วยยา

เป็นวิธีการรักษาเบาหวานขึ้นตาแบบใหม่ โดยแพทย์จะฉีดยา Anti – Vascular Endothelial Growth Factor (Anti – VEGF) หรือยากลุ่มสเตียรอยด์เข้าไปที่วุ้นตา เพื่อลดการรั่วซึมของหลอดเลือดและทำให้หลอดเลือดฝ่อ สำหรับจุดเด่นของการรักษาด้วยยาคือได้ผลลัพธ์ดี เห็นผลชัดเจน แต่การรักษาด้วยยาจำเป็นจะต้องฉีดยาหลายครั้งและมีโอกาสเกิดผลแทรกซ้อน อย่างการติดเชื้อ เลือดออกในวุ้นตา และจอตาลอก จึงควรเข้ารับการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานจะช่วยลดความเสี่ยงมากขึ้น

● ​การรักษาด้วยการผ่าตัด

เป็นวิธีการรักษาเบาหวานขึ้นตาที่เหมาะกับคนที่มีปัญหาเลือดออกในวุ้นตาหรือมีพังผืดจนเกิดปัญหาจอตาลอก แพทย์จะดำเนินการผ่าตัดวุ้นตาเพื่อรักษาจอตาหลุดลอก ลดการฉีกขาด รวมถึงซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย อย่างไรก็ตามการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดอาจทำให้คุณภาพการมองเห็นลดลง แต่ขึ้นอยู่กับระดับความเสียหายจอตาของผู้ป่วยด้วยเช่นกัน

การดูแลตัวเองลดความเสี่ยงภาวะเบาหวานขึ้นตา

​แม้ว่าภาวะเบาหวานขึ้นตาจะมีการรักษาที่ช่วยลดความรุนแรงของอาการ แต่ถึงอย่างนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือการดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงภาวะเบาหวานขึ้นตา ซึ่งวิธีการดูแลตัวเองง่าย ๆ มีดังต่อไปนี้

● ​ผู้ป่วยเบาหวานควรรับประทานยาเบาหวานตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

● ​ผู้ป่วยเบาหวานควรควบคุมค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ให้อยู่ในระหว่าง 18.5 - 24.9

● ​ผู้ป่วยเบาหวานควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลและไขมันสูง

● ​ผู้ป่วยเบาหวานควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด รวมถึงระดับความดันโลหิตและระดับไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

● ​ผู้ป่วยเบาหวานควรหมั่นสังเกตการมองเห็นของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ หากมีการเปลี่ยนแปลงค่าสายตาอย่างรวดเร็ว คุณภาพการมองเห็นลดลง ตามัว มองเห็นภาพไม่ชัดเจน ภาพที่เห็นมีลักษณะบิดเบี้ยว สีจางลง มีจุดในระยะมองเห็น หรือมีแถบสีขึ้นในระยะมองเห็น ควรรรีบไปพบแพทย์ทันที

● ​หากผู้ป่วยเบาหวานต้องการรับประทาน อาหารเสริมบำรุงสายตา หรือ วิตามินบำรุงสายตา ควรปรึกษาแพทย์ เนื่องจากอาจมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด

● ​ผู้ป่วยเบาหวานควรงดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และไขมันสะสมในร่างกาย

●     ผู้ป่วยเบาหวานควรเข้ารับการตรวจภาวะเบาหวานขึ้นตาเป็นประจำทุกปี เพื่อตรวจดวงตาและประเมินความเสี่ยงของภาวะเบาหวานขึ้นตา

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่าเบาหวานขึ้นตาเป็นภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะทำให้ผู้ป่วยเบาหวานเสี่ยงสูญเสียการมองเห็นแล้ว ยังนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ อีกมากมาย ด้วยเหตุนี้การดูแลตัวเอง ลดการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง และตรวจตาเป็นประจำจะช่วยให้ห่างไกลจากภาวะเบาหวานขึ้นตาได้ยิ่งขึ้น

 อาการตาแห้งแก้ได้อย่างไร ต้องหยอดตาหรือไม่
 ถามตอบเรื่องที่คุณสงสัย กับการผ่าตัดใส่เลนส์เสริม (ICL)
 ICL หรือ Implantable Collamer Lens ทางเลือกใหม่การรักษาสายตาผิดปกติ
 เช็กให้ชัวร์อาการแบบนี้เป็นสัญญาณ “ต้อกระจก” หรือไม่
 มองเห็นหยากไย่ ลอยไปลอยมา รักษาอย่างไร อันตรายหรือไม่?
 เบาหวานขึ้นตา รีบรักษาก่อนตาบอด
 สาเหตุ อาการ และการรักษา กระจกตาเป็นแผลมองไม่ชัด
 ชวนสังเกตอาการเริ่มต้นต้อกระจก เมื่อไหร่ที่ควรรักษา
 ต้อหินมุมปิดรักษาอย่างไรให้หายขาด ใช้เวลานานไหม
 เลนส์แว่นตามีกี่แบบ เลนส์ยี่ห้อไหนดีที่สุด