ไขข้อข้องใจ สายตาเอียง (Astigmatism) หายเองได้หรือไม่

 ไขข้อข้องใจ สายตาเอียง (Astigmatism) หายเองได้หรือไม่

ภาวะสายตาเอียงแตกต่างจากภาวะสายตาผิดปกติอื่น ๆ อย่างไร มาดูกันถึงสาเหตุของอาการ ,ประเภทของภาวะสายตาเอียง ,การทดสอบและวินิจฉัยผู้มีความเสี่ยงของภาวะสายตาเอียง รวมถึงแนวทางการรักษาและดูแลตัวเองของผู้มีภาวะสายตาเอียง

ปัญหาสายตาผิดปกติสามารถเกิดขึ้นได้กับเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง แต่ภาวะสายตาเอียงทำให้เกิดความเข้าใจผิดและสับสนมากที่สุด บางคนคิดว่าสายตาเอียงทำให้เห็นภาพเอียงหรือบิดเบี้ยว ดังนั้นบทความนี้จึงอยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจว่า สายตาเอียง (Astigmatism) คืออะไร อาการเป็นอย่างไรหรือรักษาอย่างไรได้บ้าง

สายตาเอียง (Astigmatism) คืออะไร ต่างจากภาวะสายตาผิดปกติอื่นอย่างไร

สายตาเอียงเกิดจากความโค้งของแกนกระจกตาไม่เท่ากัน เป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้ทั้งกับคนสายตาสั้นหรือยาวโดยกำเนิด แต่ส่วนใหญ่จะเกิดกับคนสายตาสั้นมากกว่า ทำให้มองภาพมัวไม่คมชัด หรือมองเห็นภาพซ้อน ไม่ได้เห็นภาพเอียงหรือบิดเบี้ยวอย่างที่หลายคนเข้าใจ ขณะที่ภาวะผิดปกติทางสายตาอื่น ๆ อย่างอาการสายตาสั้นจะทำให้มองเห็นวัตถุระยะไกลไม่ชัด เกิดจากดวงตามีการรวมแสงมากเกินไป สายตายาวโดยกำเนิดจะมองภาพไม่ชัดทั้งระยะใกล้และไกล เกิดจากดวงตามีการรวมแสงน้อยเกินไป ส่วนสายตายาวเนื่องจากอายุเพิ่มขึ้นจะมองภาพระยะใกล้ไม่ชัด เป็นภาวะผิดปกติทางสายตาที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป

ด้วยเหตุนี้ภาวะสายตาเอียง จึงต่างจากสายตาผิดปกติแบบอื่น อาการที่เกิดขึ้นจะเป็นปัญหาด้านความคมชัดของภาพ และปัญหาเกี่ยวกับจุดโฟกัสของสายตา อย่างไรก็ตามแม้อาการเริ่มต้นของสายตาเอียงจะไม่รุนแรง แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ดูแลหรือหาทางรักษาที่เหมาะสมก็อาจกระทบกับชีวิตประจำวันอย่างมาก ทั้งด้านคุณภาพการใช้ชีวิตและความปลอดภัย

สาเหตุของภาวะสายตาเอียง

สายตาเอียง เกิดจากแกนภายในกระจกตามีความโค้งไม่เท่ากัน เวลามองภาพจึงเกิดจุดโฟกัส 2 จุด ทำให้ภาพที่เราเห็นไม่รวมเป็นภาพเดียว อาการนี้อาจเกิดจากกรรมพันธุ์เป็นโดยกำเนิด หรือเกิดขึ้นในภายหลังเมื่ออายุมากขึ้นก็ได้ เพราะเมื่ออายุมากขึ้นจอประสาทตาของเราจะเริ่มเสื่อมลงทำให้เกิดภาวะผิดปกติต่าง ๆ นอกจากนี้อาจเกิดจากการได้รับอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ หรือการผ่าตัดตา ก็ได้

อาการของคนสายตาเอียง (Astigmatism) เป็นอย่างไร

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเข้าใจผิดว่าสายตาเอียงหมายถึงอาการมองเห็นภาพเอียงหรือบิดเบี้ยว แต่จริง ๆ แล้วอาการของคนสายตาเอียงคือมองภาพไม่ชัด ภาพมัว, มีเงาซ้อน, ขอบภาพเป็นเงา, ทำให้เกิดปัญหาเวลามองตัวหนังสือหรือตัวเลขที่มีลักษณะคล้ายกัน เช่น 3 6 8 9 

นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นร่วมด้วย อย่างปวดตาปวดหัว ตาพร่า ตาล้า เห็นแสงไฟเป็นแสงกระจายในเวลากลางคืน ต้องขมวดคิ้วหรือหรี่ตาตลอดเวลาเพื่อปรับโฟกัสของสายตา หรือบางคนอาจเผลอเอียงคอเพื่อให้มองภาพได้ชัดขึ้น หากติดเป็นนิสัยอาจทำให้เสียบุคลิกได้

สายตาเอียง (Astigmatism) มีกี่ประเภท

ภาวะสายตาเอียงสามารถเกิดขึ้นร่วมกับภาวะผิดปกติทางสายตาอื่น ๆ ได้ แบ่งเป็น 3 ลักษณะคือ

1. สายตาสั้นและเอียง

ภาวะสายตาสั้นและเอียง หมายถึงผู้ที่ความโค้งของกระจกตามีความผิดปกติ เมื่อแสงสะท้อนเข้าสู่ดวงตาจะเกิดการหักเหทำให้จุดรวมแสงตกกระทบไม่ถึงจอประสาทตา เกิดจุดโฟกัสภาพมากกว่า 1 จุด ทำให้มองภาพระยะไกลไม่ชัด เกิดเงาภาพซ้อน เห็นภาพเบลอ

2. สายตายาวและเอียง

ภาวะสายตายาวและเอียง หมายถึงภาวะเมื่อแสงสะท้อนที่เข้าสู่ดวงตาเกิดการหักเหผิดพลาด จุดรวมแสงจึงตกกระทบหลังจอประสาทตา เกิดจุดโฟกัสภาพมากกว่า 1 จุด ทำให้มองภาพระยะใกล้ไม่ชัด เกิดเงาภาพซ้อน เห็นภาพเบลอไม่คมชัดหรือเห็นรูปทรงไม่ตรงกับความเป็นจริง

3. ภาวะสายตาผิดปกติแบบผสม

ภาวะสายตาผิดปกติแบบผสม เป็นปัญหาที่ซับซ้อนเพราะอาจเป็นได้ทั้งสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียงในดวงตาข้างเดียว การมองเห็นจึงไม่ชัดเจนทั้งระยะใกล้และไกล นอกจากนี้ยังมักมองภาพเบลอไม่คมชัด วิสัยของการมองเห็นเป็นภาพซ้อน ทัศนวิสัยถูกบิดเบือน ร่วมกับมีอาการปวดตาปวดหัว หากใช้สายตามากเกินไปด้วย

การทดสอบและวินิจฉัยสายตาเอียง

เมื่อเข้ารับการตรวจวัดสายตา แพทย์อาจใช้วิธีเหล่านี้เพื่อช่วยวินิจฉัยว่าเรามีปัญหาสายตาเอียงหรือไม่

1. ตรวจวัดระดับการมองเห็น (Visual acuity assessment test)

เป็นการทดสอบโดยให้อ่านตัวอักษรหรือตัวเลขบนแผนภูมิในระยะที่กำหนดซึ่งหลายคนอาจคุ้นเคยกับการทดสอบนี้กันดีอยู่แล้ว

2. ทดสอบการหักเหของแสง (Refraction test)

แพทย์จะใช้เครื่องตรวจตา Phoropter ซึ่งมีเลนส์ขนาดกำลังต่าง ๆ ให้เราสวมและอ่านตัวอักษรหรือตัวเลขบนแผนภูมิเพื่อหาค่ากำลังของเลนส์ที่เหมาะสมกับดวงตาของเรามากที่สุด

3. ตรวจค่าความโค้งของกระจกตา (Keratometry)

แพทย์จะใช้เครื่องตรวจตา Keratometer ทำการวัดค่าความโค้งและค่าสายตาเอียง จากนั้นจึงนำผลที่ได้ไปวินิจฉัยว่าผู้ป่วยมีภาวะสายตาผิดปกติแบบใดและหาแนวทางการรักษาต่อไป

การรักษาและแนวทางดูแลตัวเองของผู้มีภาวะสายตาเอียง  (Astigmatism)

การรักษาภาวะสายตาเอียงมีทั้งการรักษาแบบถาวรและไม่ถาวร ดังนี้

●การรักษาแบบถาวร

การรักษาแบบถาวรใช้การผ่าตัดเพื่อแก้ไขสายตา แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ การผ่าตัดเพื่อปรับความโค้งของกระจกตาและการผ่าตัดที่ระดับของเลนส์ตา หลายคนที่สงสัยว่าสายตาเอียงทำเลสิคได้ไหม ลองมาดูคำตอบกัน

1. การผ่าตัดเพื่อปรับความโค้งของกระจกตา ที่นิยมในปัจจุบันมีหลายวิธี เช่น การทำ Photorefractive Keratectomy (PRK) เป็นการเปิดผิวกระจกตาชั้นนอกสุดแล้วใช้เลเซอร์ชนิดเย็นยิงลงบนเนื้อกระจกตาเพื่อปรับความโค้ง การทำ Laser-assisted in situ Keratomileusis (LASIK) เป็นการผ่าตัดเปิดกระจกตาด้วยเครื่องมือใบมีดติดมอเตอร์ เพื่อเตรียมพื้นที่ก่อนทำเลเซอร์ปรับความโค้งกระจกตา นอกจากนี้ยังมีวิธีการทำเลสิกแบบไร้ใบมีดอย่าง Femtosecond laser-assisted LASIK (Femto-LASIK) และ Refractive Lenticule Extraction Small Incision Lenticule Extraction (ReLex SMILE) เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดกับกระจกตา ลดอาการระคายเคือง และทำให้ผู้รักษาฟื้นตัวเร็วขึ้น

2. การผ่าตัดระดับของเลนส์ตา ใช้วิธี Implantable Collamer Lens (ICL) เป็นการใส่เลนส์เสริมเข้าไปในดวงตาของเรา โดยแพทย์จะวางเลนส์เสริมนี้ด้านหลังม่านตาอยู่หน้าเลนส์ตาธรรมชาติ เป็นวิธีที่ใช้สำหรับผู้มีสายตาสั้นหรือเอียงมาก กระจกตาบาง และมีช่องหน้าลูกตาลึกพอสำหรับใส่เลนส์เสริม โดยแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม

●การรักษาแบบไม่ถาวร

การรักษาแบบไม่ถาวรเป็นการใช้เครื่องมือภายนอกเข้ามาช่วยแก้ปัญหาด้านการมองเห็น อย่างการใช้แว่นสายตาที่มีเลนส์ทรงกระบอก (Cylindrical lens) หรือเลนส์สัมผัสที่ช่วยแก้ไขปัญหาสายตาเอียงโดยเฉพาะ

การดูแลตัวเองสำหรับผู้ที่มีภาวะสายตาเอียงทำได้หลายวิธี แม้ปัญหานี้จะป้องกันไม่ได้แต่ก็สามารถดูแลดวงตา เพื่อลดความเสี่ยงไม่ให้อาการรุนแรงขึ้น โดยปรับสภาพแวดล้อมรอบตัวและพฤติกรรมของเราเอง หากต้องทำงานหรืออ่านหนังสือควรมีแสงสว่างเพียงพอ หลีกเลี่ยงการใช้สายตามองจอคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือติดต่อกันนานเกินไป หมั่นพักสายตาเป็นระยะ และควรหลีกเลี่ยงการขยี้ตาแรง ๆ เพราะอาจกระทบกระเทือนกระจกตา นอกจากนี้ต้องหมั่นบำรุงสายตาจากภายในด้วยการกินอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ ซี อี และลูทีน อย่างผักใบเขียวและผลไม้ด้วย

ปัญหาสายตาเอียงสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัยไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ที่สำคัญยังเกิดได้จากหลายสาเหตุทำให้ป้องกันได้ยาก แต่เราก็สามารถป้องกันและบรรเทาภาวะสายตาเอียงที่อาจเกิดขึ้นได้ด้วยการปรับพฤติกรรมของตัวเอง หมั่นดูแลสายตาทั้งภายในและภายนอก หากพบว่าตัวเองมีสายตาผิดปกติมองภาพแปลกไป ภาพเบลอหรือภาพซ้อน ควรไปตรวจวัดสายตากับจักษุแพทย์เพื่อวินิจฉัยให้แน่ใจก่อนหาแนวทางดูแลตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้อาการรุนแรงขึ้นในอนาคต

 วิธีทดสอบสายตาอย่างไร ให้รู้ว่าเป็นภาวะสายตาเอียง (Astigmatism)
 คัดมาแล้ว! 5 อาหารเสริมบำรุงสายตา ลดเสี่ยงตาเสื่อมในวัยทำงาน
 ต้อหินมุมปิดรักษาอย่างไรให้หายขาด ใช้เวลานานไหม
 ความดันในลูกตาสูง เสี่ยงเป็นต้อหินจริงไหม ต้อหินมุมปิดอันตรายอย่างไร
 เฝ้าระวังต้อกระจก (Cataract) เกิดจากอะไร รักษาอย่างไรให้มองเห็นชัดเจนอีกครั้ง
 นวัตกรรมน้ำตาเทียมแก้สายตายาว vs เลสิก Presbyond ต่างกันอย่างไร และแบบไหนเหมาะกับคุณ
 รักษาสายตาสั้น ยาว เอียง ด้วย PRK คืออะไร?
 ข้อควรรู้ก่อนทำเลสิก (Lasik) เลสิกมีกี่แบบ
 วุ้นตาเสื่อมมีโอกาสตาบอดไหม
 PRK กับ LASIK ต่างกันอย่างไร แล้วแบบไหนปลอดภัยกว่ากัน