ใครเหมาะ–ไม่เหมาะกับเลสิคสายตายาว Presbyond?
 Web site_CT-19.jpg.xl.webp)
ใครเหมาะ–ไม่เหมาะกับเลสิคสายตายาว Presbyond?
เมื่อรู้แล้วว่า **เลสิคสายตายาว Presbyond** ช่วยให้คนวัย 40+ มองเห็นได้ทั้งใกล้–กลาง–ไกลและลดการพึ่งแว่นอ่านหนังสือได้ หลายคนมักมีคำถามต่อว่า
> “แล้วฉันเหมาะกับ Presbyond ไหม?”
> “ต้องมีเงื่อนไขอะไรบ้างถึงจะทำได้อย่างปลอดภัย?”
บทความนี้จะช่วยให้คุณประเมินเบื้องต้นว่า
- ใครเป็นกลุ่มที่มักจะเหมาะกับ Presbyond
- ใครอาจต้องระวัง หรือควรใช้วิธีอื่นแทน
ก่อนจะไปสู่ขั้นตอนสำคัญที่สุด คือการตรวจประเมินโดยจักษุแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลตากรุงเทพ
 Web site_CT-19.jpg.l.webp)
---
## กลุ่มคนที่มัก “เหมาะ” กับ Presbyond
ด้านล่างนี้คือคุณสมบัติทั่วไปของคนที่มักจะเข้าเกณฑ์เบื้องต้นสำหรับการทำ Presbyond (แต่ยังต้องตรวจละเอียดอีกครั้ง)
### 1. อายุประมาณ 40–60 ปี และเริ่ม “ยาวตามอายุ” ชัดเจน
- เริ่มมองใกล้ไม่ชัด ต้องยืดแขนอ่านมือถือหรือหนังสือ
- ใช้แว่นอ่านหนังสือเป็นประจำ หรือรู้สึกว่าขาดแว่นแล้วใช้ชีวิตลำบาก
- มองไกลยังโอเค หรือแม้จะมีสั้น–เอียงร่วมด้วยก็สามารถวางแผนแก้พร้อมกันได้
ช่วงอายุนี้เป็นช่วงที่เลนส์ตาแข็งขึ้นจน Presbyopia ชัดเจน แต่ยังไม่มีความเสื่อมอื่น ๆ มากเกินไป ทำให้ผลลัพธ์จากเลสิคสายตายาวค่อนข้างคงที่
---
### 2. คนวัยทำงานที่ใช้สายตาหลายระยะตลอดวัน
ตัวอย่างเช่น
- แพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์
- วิศวกร สถาปนิก คนทำงานออกแบบ
- ผู้บริหาร นักธุรกิจ พนักงานออฟฟิศ ที่ใช้คอมพิวเตอร์–อ่านเอกสารทั้งวัน
- คนขับรถ นักบิน หรือผู้ควบคุมเครื่องจักร
กลุ่มนี้ต้องสลับมองใกล้–กลาง–ไกลตลอดเวลา การต้องใส่–ถอดแว่นอ่านหนังสือบ่อย ๆ ทำให้เสียจังหวะการทำงาน และอาจรบกวนความปลอดภัยในบางอาชีพ Presbyond จึงช่วยให้ทำงานคล่องตัวขึ้นมาก
---
### 3. คนที่มีทั้งสั้น–เอียง–ยาวตามอายุ แล้ว “เบื่อแว่นหลายอัน”
เช่น
- เคยใส่แว่นสายตาสั้นอยู่แล้ว
- พออายุเพิ่ม เริ่มต้องมีแว่นอ่านหนังสืออีกอัน
- หรือใช้แว่นโปรเกรสซีฟ แต่รู้สึกเวียนหัว ปรับตาที่ยาก
Presbyond สามารถออกแบบเลเซอร์เพื่อแก้ **สายตาสั้น–เอียง พร้อมกับยาวตามอายุ** ในครั้งเดียว (เมื่อผลตรวจตาเป็นไปตามเกณฑ์) ทำให้ลดการพึ่งแว่นหลายแบบ และช่วยให้มองเห็นครอบคลุมขึ้นในชีวิตจริง
---
### 4. คนที่สุขภาพตาโดยรวมยังแข็งแรง
โดยทั่วไป ผู้ที่เหมาะกับ Presbyond ควร
- ไม่มีต้อกระจกที่รบกวนการมองเห็นจนต้องผ่าตัดเลนส์
- ไม่มีโรคจอประสาทตารุนแรง เช่น จอประสาทตาลอกบางชนิด หรือเสื่อมมาก
- ไม่มีโรคกระจกตาเสื่อม รูปร่างผิดปกติ เช่น Keratoconus
- ไม่มีภาวะตาแห้งรุนแรงจากโรคพื้นฐานบางชนิด (เช่น โรคภูมิคุ้มกันบางชนิด) จนแพทย์ประเมินว่าเสี่ยงเกินไป
กลุ่มนี้เมื่อทำเลสิคแล้ว ผลลัพธ์มักค่อนข้างนิ่ง และฟื้นตัวได้ดีหากดูแลตามคำแนะนำ
---
## กลุ่มที่ “ควรพิจารณาอย่างระมัดระวัง” หรืออาจไม่เหมาะ
แม้ Presbyond จะช่วยคนวัยทำงานจำนวนมาก แต่ก็ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน ด้านล่างคือกลุ่มที่มักต้องประเมินละเอียด หรือนิยมใช้วิธีอื่นแทน
### 1. ผู้ที่มีต้อกระจกชัดเจน
เมื่อเลนส์ตาภายในเริ่มขุ่นจากต้อกระจก
- แม้จะปรับกระจกตาด้วยเลเซอร์ให้ดีแค่ไหน
- ภาพที่ผ่านเลนส์ตาขุ่นก็ยังไม่คมชัดอยู่ดี
กรณีนี้ แพทย์มักแนะนำให้ **ผ่าตัดต้อกระจกและใส่เลนส์แก้วตาเทียมชนิดพิเศษ** แทน ซึ่งเลนส์เทียมบางรุ่นช่วยให้มองได้หลายระยะ คล้ายแนวคิดของ Presbyond แต่แก้ที่เลนส์ตาภายในแทนกระจกตาด้านนอก
---
### 2. กระจกตาบางหรือรูปร่างผิดปกติ
เลสิคทุกชนิดต้องอาศัยการ “ขัดปรับรูปทรงกระจกตา” ด้วยเลเซอร์ จึงต้องมี
- ความหนากระจกตาเพียงพอ
- รูปร่างกระจกตาที่ปกติ ไม่บิดเบี้ยวหรือบางเฉพาะส่วน
ถ้ากระจกตาบาง หรือมีแนวโน้มเป็นโรคกระจกตาเสื่อม (เช่น Keratoconus) แพทย์อาจเห็นว่าการทำเลสิคเสี่ยงเกินไป ในกรณีนี้มักแนะนำเป็นวิธีอื่น เช่น แว่น คอนแทคเลนส์ หรือผ่าตัดชนิดอื่นที่ไม่พึ่งกระจกตา
---
### 3. โรคตาและโรคประจำตัวบางชนิด
ตัวอย่างเช่น
- โรคจอประสาทตาบางประเภทที่ทำให้การมองเห็นไม่ดีอยู่แล้ว
- ต้อหินบางชนิดที่ควบคุมความดันตาไม่ดี
- โรคภูมิคุ้มกันบางอย่างที่ทำให้แผลหายยาก หรือเสี่ยงต่อกระจกตาอักเสบง่าย
คนกลุ่มนี้จำเป็นต้องให้จักษุแพทย์ประเมินร่วมกับโรคประจำตัวอย่างใกล้ชิด บางครั้งยังสามารถทำเลสิคได้ แต่บางครั้งอาจไม่แนะนำเลยเพื่อความปลอดภัยระยะยาว
---
### 4. ผู้ที่คาดหวัง “มองได้เหมือนวัย 20 ปีทุกสถานการณ์”
จุดสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อนทำ Presbyond คือ
- เป้าหมายหลักคือ **ลดการพึ่งแว่นอ่านหนังสือในชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน**
- แต่ไม่ได้หมายความว่าจะ “ไม่ต้องมีแว่นเลย 100%” ในทุกสถานการณ์
ตัวอย่างเช่น
- งานที่ตัวหนังสือเล็กมาก ๆ ในที่แสงน้อย
- งานละเอียดจ้องใกล้เป็นชั่วโมง เช่น เย็บปักถักร้อย งานจิวเวลรี่
- บางคนยังอาจต้องมีแว่นเสริมไว้ใช้เฉพาะงานพิเศษเหล่านี้
หากคาดหวังว่าจะ “มองทุกระยะ ทุกสถานการณ์ ได้เหมือนคนไม่มีปัญหาสายตาเลย” อาจรู้สึกไม่พอใจได้ง่ายหลังทำ แม้ผลทางการแพทย์จะดี ดังนั้นการพูดคุยความคาดหวังกับแพทย์ให้ชัดเจนจึงสำคัญมาก
---
คำถามที่ควรถามตัวเองก่อนตัดสินใจทำ Presbyond
ลองใช้คำถามเหล่านี้ช่วยประเมินเบื้องต้น:
1. **ตอนนี้แว่นอ่านหนังสือรบกวนชีวิตแค่ไหน?**
แค่พกไว้เผื่อ ๆ หรือถ้าไม่มีแล้วทำงานไม่ได้เลย
2. **อาชีพและไลฟ์สไตล์ของเราได้ประโยชน์จากการลดแว่นมากไหม?**
เช่น ทำงานหน้าคอมประชุมบ่อย ออกงานพบลูกค้า เล่นกีฬาเป็นประจำ
3. **ยอมรับได้ไหมถ้ายังต้องมีแว่นเสริมบางโอกาส แต่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ได้โดยไม่ต้องใส่แว่น?**
4. **สุขภาพตาโดยรวมเป็นอย่างไร?**
เคยตรวจพบต้อกระจก ต้อหิน หรือโรคตาอื่น ๆ หรือไม่
หากตอบได้คร่าว ๆ แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการตรวจประเมินอย่างละเอียดกับจักษุแพทย์
---
## ทำไมต้องตรวจที่โรงพยาบาลตากรุงเทพ?
แม้คุณจะดู “เข้าเกณฑ์” หลายข้อ แต่การตัดสินใจทำหรือไม่ทำ Presbyond ต้องอาศัยการตรวจเฉพาะทางหลายอย่าง เช่น
- การวัดค่าสายตาอย่างละเอียดทั้งใกล้–ไกล
- การวัดความหนาและรูปร่างกระจกตา
- การตรวจจอประสาทตา เส้นประสาทตา และเลนส์ตา
- การประเมินตาแห้ง และคุณภาพน้ำตา
**โรงพยาบาลตากรุงเทพ** เพชรเกษม 70
เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านเลสิคและเลเซอร์สายตา มีทีมจักษุแพทย์ที่ทำเคส Presbyond จำนวนมาก ทำให้สามารถ
- ประเมินความเหมาะสมได้อย่างรอบด้าน
- แนะนำอย่างตรงไปตรงมาหากคุณ “ไม่เหมาะ” กับ Presbyond และควรใช้วิธีอื่น
- ปรับแผนการรักษาให้เหมาะกับอาชีพไลฟ์สไตล์และความคาดหวังของคุณจริงๆ
บริษัท โรงพยาบาลตากรุงเทพ จำกัด
88 ซอยเพชรเกษม 70 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 1016002-869-8899
 Web site_CT-14-นวัตกรรมน้ำตาเทียมแก้สายตายาว.jpg.m.webp)




 Web site_CT-13-Femto vs Presbyond ราคาเท่าไหร่.jpg.m.webp)






